CSS หลุดจอง30% – ต่ำสุดรอบ 10 ปี

“คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น” สร้างความผิดหวังให้นักลงทุน ลงสนามเทรดวันแรก ราคาต่ำจองถึง 29.33% ถือเป็นไอพีโอที่หลุดจองมากสุดในรอบกว่า 10 ปี เป็นรองแค่ IT ที่หลุดจองตั้งแต่วันแรก 36.40% ด้านผู้บริหาร CSS ระบุหารือกับอันเดอร์ไรท์แล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าใครทุบหุ้น เตรียมนัดประชุมบอร์ดด่วนวันนี้ หามาตรการเยียวยาผู้ถือหุ้น แย้มอาจเสนอให้มีการปันผลระหว่างกาลสร้างความเชื่อมั่น ส่วน “ซีออยล์” ได้ฤกษ์เข้าเทรด 5 ก.ย.นี้ นักลงทุนลุ้นยืนเหนือจอง

ความเคลื่อนไหวหุ้นบมจ. คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น (CSS) ผู้ดำเนินธุรกิจหลักเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้าประเภทสายไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับระบบงานไฟฟ้าของผู้ผลิตชั้นนำระดับสากล และเป็นผู้ให้บริการออกแบบติดตั้ง รวมถึงบำรุงรักษาระบบโทรคมนาคมและระบบป้องกันไฟลาม วานนี้ที่เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในกลุ่มอุตสาหกรรม บริการ หมวดธุรกิจพาณิชย์เป็นครั้งแรกพบว่าเคลื่อนไหวได้ในแดนบวกช่วงเช้าทว่าใน ระหว่างวันกลับมีการสาดขายอย่างรุนแรงทำให้ราคาหุ้นหลุดระดับจองซื้อคือ 3.00 บาท ลงไป ช่วงท้ายๆ วันปรับลงลึกถึง 30% จนกระทั่งสิ้นวันปิดที่ราคา 2.12 บาท ลดลง 0.88 บาท หรือ 29.33% มูลค่าการซื้อขาย 1,146.24 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ภาพรวมตลาดหุ้นไทยก็ไม่ได้ปรับลดลงรุนแรงมากแต่อย่าง ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,315.41 จุด ลดลง -8.29 จุด หรือ -0.63% มูลค่าการซื้อขาย 39,842.55 ล้านบาท สร้างความตะลึงให้กับผู้นิยมลงทุนหุ้นไอพีโอยิ่งนัก…..

***1 วันเข้าก่อนเทรด
นายสมพงษ์ กังสวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CSS เปิดเผยในวันก่อนหน้าที่หุ้นจะเข้าเทรดในกระดานว่าว่า มีความเชื่อมั่นว่าเมื่อหุ้น CSS ที่จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวัน 3 กันยายน จะได้รับการตอบรับที่ดีและน่าจะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนที่จองซื้อหุ้นได้ เนื่องจากที่ผ่านมากระแสตอบรับในช่วงเปิดขายหุ้นไอพีโอระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคม 2556 นักลงทุนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะมองเห็น        

อีกทั้งกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมจึงยินดีที่จะไม่นำหุ้นในส่วนที่ไม่ติด Silent Period มาขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นระยะเวลา 3 เดือน ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่ากลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมจะไม่นำหุ้นของบริษัทออกขายใน ตลาดหลักทรัพย์ในวันแรกที่หุ้นเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อย่างแน่นอน

“ขอให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นใน CSS ว่าคณะผู้บริหารและพนักงานทุกคนมีความตั้งใจและมุ่งมั่นในการบริหารงานให้ธุรกิจของ CSS เติบโตไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและหลังจากที่ได้เงินจากการระดมทุนเข้ามา จะทำให้ CSS มีศักยภาพและความแข็งแกร่ง ทั้งในแง่ของการดำเนินธุรกิจและฐานะทางการเงิน ซึ่งก็คงจะสะท้อนไปในราคาหุ้น และเมื่อหุ้นเข้าซื้อขาย ผมมั่นใจว่า CSS จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับนักลงทุนได้” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวไว้ก่อนหน้านี้

นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด(มหาชน) ในฐานะแกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ระบุว่าการกำหนดราคาไอพีโอที่เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ของตลาดหลักทรัพย์ในปัจจุบัน โดยให้ส่วนลดกับนักลงทุนถึง 49.80% เมื่อเปรียบเทียบกับค่า P/E เฉลี่ยของหมวดพาณิชย์และบริษัทจดทะเบียนที่ประกอบธุรกิจที่ใกล้เคียงกับการประกอบธุรกิจของบริษัทในช่วงระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งอยู่ที่ 26.65 เท่า พร้อมเชื่อมั่นว่าหุ้นจะให้ผลตอบแทนที่ดีได้        

ขณะที่นางสาวปิ่นมณี เมฆมัณฑนา กรรมการผู้จัดการบริษัท ทริปเปิ้ล เอ พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวแสดงความมั่นใจเช่นกันว่าเมื่อหุ้น CSS เข้าซื้อขายวันแรกจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนและให้ผลตอบแทนที่น่าประทับใจ

***ประกาศงบล่าสุดฝ่อ
CSS เผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/56 มีกำไรสุทธิ 15.60 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 40.68 ล้านบาทส่วนงวด 6 เดือนมีกำไรสุทธิ 59.82 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 61.15 ล้านบาท        

สำหรับผลการดำเนินงานย้อนหลังในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2553-2555) มีรายได้รวม 1,751.79 ล้านบาท 2,339.39 ล้านบาท และ 3,302.11 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ไตรมาส 1/56 มีรายได้รวม 840.73 ล้านบาท กำไรสุทธิ 44.23 ล้าน ส่วนกำไรสุทธิย้อนหลัง 3 ปี (2553-2555) อยู่ที่ 27.50 ล้านบาท 40.36 ล้านบาท และ 158.27 ล้านบาท ตามลำดับ

***เคาะระฆังเหนือจองแทบใจหาย ปิดท้ายจบเจ็บลึก -29.33%
เช้าวานนี้ราคาหุ้น CSS เปิดซื้อขายในตลาดหุ้นไทยครั้งแรกที่ระดับ 3.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.20บาท หรือ 6.67% จากราคาไอพีโอที่ 3.00 บาท หลังจากนั้นช่วงสายค่อยๆ ย่อลงเริ่มมีการหลุดจองบ้างแล้วราคาปรับตัวลงต่ำสุด 2.94 บาท แต่รีบาวน์กลับขึ้นมาได้ ครั้นปิดการซื้อขายช่วงเช้าที่ 3.02 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท หรือ 0.67% ระหว่างทางปรับตัวขึ้นสูงสุด 3.24 บาท เพิ่มขึ้น 0.24 บาท หรือ 8.00%        

อย่างไรก็ตามในช่วงการซื้อขายภาคบ่ายราคาหุ้นเริ่มหลุดจองอย่างชัดเจน ต่ำสุด 2.04 บาท ลดลง 0.96 บาท หรือ -32.00% กระทั่งปิดที่ระดับ 2.12 บาท ลดลง 0.88 บาท หรือ -29.33% มูลค่าการซื้อขายรวม 1,146.24 ล้านบาท

***หุ้นเดี้ยง โทษภาวะตลาด
นายสมพงษ์ กังสวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น (CSS) เปิดเผยถึงราคาหุ้น CSS ที่ปิดตลาดต่ำกว่าราคาจองว่า เป็นผลมาจากสภาพโดยรวมของการซื้อขายในตลาดหุ้นไม่เอื้ออำนวย โดย SET INDEX ปิดตลาดที่ระดับ 1315.41 จุด ลดลง 8.29 จุด        

ทั้งนี้ ผู้บริหารยังคงมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานของบริษัท และยังเล็งเห็นถึงอนาคตธุรกิจที่จะขยายตัวได้อีกมาก เนื่องจากเป็นตัวแทนจำหน่ายสายไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งเติบโตตามธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจก่อสร้าง รวมทั้งการให้บริการติดตั้งเสาโทรคมนาคมที่มีแนวโน้มเติบโตสูง

นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะแกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ CSS กล่าวยืนยันว่าการซื้อขายหุ้น CSS ในวันนี้ ถือว่าไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ     

“ผมอยากให้นักลงทุนพิจารณาถึงปัจจัยพื้นฐานของ CSS ว่าเป็นบริษัทฯ ที่มีความแข็งแกร่งและพร้อมที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต โดยเป็นหนึ่งในผู้นำการจัดจำหน่ายสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบงานไฟฟ้าจากผู้ผลิตชั้นนำระดับสากลแบบครบวงจร” แกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นกล่าว

***ถกด่วนอันเดอร์ไรท์ ควานหามือทุบหุ้น
นายสมพงษ์ กังสวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ว่า ได้มีการหารือกับบล.ฟินันเซีย ไซรัส ในฐานะแกนนำการจัดจำหน่ายหุ้น หลังจากที่ราคาหุ้น CSS ร่วงลงอย่างหนักในช่วงบ่ายของการซื้อขาย โดยยังไม่สามารถสรุปถึงสาเหตุที่ทำให้หุ้นร่วงหนักได้ 

“ผมได้โทรปรึกษาทางฟินันเซีย ไซรัส ทันทีที่เห็นหุ้นร่วงหนัก ซึ่งยังไม่ได้รับคำตอบว่ามาจากสาเหตุอะไร แต่เบื้องต้นทางอันเดอร์ไรท์แจ้งว่าน่าจะมีนักลงทุนที่ตั้งใจทุบหุ้น เพราะราคาร่วงผิดปกติ แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มใด ซึ่งยังต้องติดตามต่อไป” นายสมพงษ์กล่าววานนี้ในขณะที่ราคาหุ้นปิดต่ำผิดความคาดหมาย

ยืนยันว่าในส่วนของผู้ถือหุ้นเดิมที่ติดไซเรนท์ พีเรียด ไม่สามารถนำหุ้นออกมาขายได้แน่นอน ในขณะที่การตั้งราคา IPO ที่ 3 บาท ถือว่าเป็นระดับที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐาน

***แย้มอาจเสนอปันผลระหว่างกาล สร้างความเชื่อมั่น
นายสมพงษ์ระบุต่อไปอีกว่า ในวันนี้ (4 ก.ย.) จะมีการนัดหารือกับกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่และคณะกรรมการบริษัทฯ ถึงสถานณการณ์ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น หลังจากเข้าซื้อขายวันแรกแล้วราคาปรับตัวลงอย่างหนัก จนปิดการซื้อขายต่ำกว่าจองเกือบ 30% โดยในเบื้องต้นผู้บริหารอาจมีการเสนอต่อที่ประชุม เกี่ยวกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปี เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน        

“ผู้ถือหุ้นเดิมอาจต้องมีการคุยกัน ว่าเราจะเข้าไปซื้อหุ้นเพิ่มหรือไม่ เพราะในวันนี้ยังไม่ได้ทำอะไรเลย รู้สึกงงเหมือนกันที่หุ้นร่วงแรง ส่วนการประชุมคณะกรรมการ อาจมีการเสนอจ่ายปันผลระหว่างกาลเพื่อสร้างความเชื่อมั่น” นายสมพงษ์กล่าวเย็นวานนี้

***สัดส่วนกระจายหุ้นกรรมการ-ผู้บริหาร-พนักงาน ได้ไป 10 ล้านหน่วย
CSS เสนอขายหุ้น IPO จำนวน 200,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นร้อยละ 28.57 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิมทุนในครั้งนี้แบ่งเป็น        

1. การเสนอขายต่อประชาชน จำนวน 190,000,000 หุ้น คิดเป็ นร้อยละ 27.14 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน        

2. การเสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย จำนวนไม่เกิน 10,000,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 1.43 ของจำนวนหุ้นสามัญีออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน        

สำหรับผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกของ CSS หลัง IPO ได้แก่ กลุ่มครอบครัวกังสวิวัฒน์ ถือหุ้น 33.02% กลุ่มครอบครัวเมฆมณี ถือหุ้น 8.81% และกลุ่มครอบครัวอิทธิแสง ถือหุ้น 6.21%

***ราคาพื้นฐานไม่ใช่คำตอบสุดท้าย…
บล.เอเซียพลัส ซื้อ CSS คาดกำไรสุทธิในช่วง 3 ปีข้างหน้า (2556-2558) จะเติบโตต่อเนื่องจากปี 2555 เฉลี่ยถึง 29.5% กำหนด Fair Value ด้วยวิธี DCF เท่ากับ 4.04 บาท/หุ้น หรือเทียบเท่า PE ที่ 14.9 เท่าประเมินมูลค่าหุ้น ณ สิ้นปี 2556 ด้วยวิธี DCF (WACC 8.61%) เท่ากับ 4.04 บาทต่อหุ้น เทียบเท่า PE ปี 2556 ที่ 14.9 เท่า

บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ระบุว่า CSS โดดเด่นมากในแง่ความแข็งแกร่งของธุรกิจจากการเป็นผู้นำในตลาดมีประสบการณ์มายาวนาน ประเมินราคาเหมาะสมที่ 4.20 บาท โดย อิง ระดับ PE ปีนี้ ที่ 16 เท่า ขณะที่คาดว่าในปีนี้และปีหน้า จะจ่ายเงินปันผลได้ในระดับ 0.13 บาทต่อหุ้น และ 0.19 บาทต่อหุ้น ตามลำดับ

บล.โนมูระ พัฒนสิน ประเมินราคาเป้าหมายของ CSS ไว้ที่ 4.30 บาทต่อหุ้น c]t,v’;jkภายหลังการเพิ่มทุนทำให้มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งด้วยอัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า 0.15 เท่า

ขณะที่บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 2013 ที่ 4.75 บาท โดยวิธี PE Multiple โดยอิง EPS (Fully-diluted) ปี 2013 ที่ 0.28 บาท/หุ้น และ PE ที่ 17 เท่า (ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักกลุ่ม Commerce กับหุ้น CTW และกลุ่มผู้ประกอบการวางระบบโทรคมนาคมในตลาด) โดยระดับดังกล่าว คิดเป็น PEG ที่ 0.64 เท่า เมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไรสุทธิคาดที่ 26.5% CAGR ใน 2 ปีข้างหน้าหลังหักเงินสำรองตามกฎหมายและเงินสะสมอื่นๆ

***เปิดสถิติหุ้นไอพีโอสยอง พบเป็นรองแค่ “ไอที ซิตี้”
นับจาก บมจ.ไอที ซิตี้ (IT) ซึ่งเข้าซื้อขายเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2546 ราคา IPO 5 บาท ราคาปิดวันแรก 3.18 บาท ต่ำกว่าราคาจอง 36.40% หุ้น CSS ถือเป็นไอพีโอที่หลุดจองมากสุดในรอบกว่า 10 ปี        

ทั้งนี้จากข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไอพีโออื่นๆ ในรอบ 10 ปี ที่หลุดจองราคาปิดนับแต่วันแรกที่เข้าซื้อขายได้แก่ PACE, ANAN, APCS, IVL, GLOBAL, TPOLY, LHK, PM, SYNEX, MJD, BGT, GSTEL, CITY, SECC, DSGT, JTS, BMCL, TRT, TIES, UKEM, BROCK, YNP, SUPER, GLOW, MCS, IRP, PRIN, TWZ, DRT, PREB, PS, IHL, CSP, STAR, UEC, TPAC, ACAP, SPCG, TRC, PYLON, NCH, SPACK, NNCL, AQUA, DCON, GL, SNC, TOP, FSS, MPG, BCH, INOX, PTL, BOL, SWC, PPM, TAPAC, UVAN และ MATCH


***ไอพีโอ “ซีออยล์” จ่อลงสนามเทรด 5 ก.ย.นี้ ลุ้นยืนเหนือจอง

นางสาวปวีณา ศรีโพธิ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บมจ. ซีออยล์ (SEAOIL) จะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ในวันที่ 5 กันยายน 2556 โดย SEAOIL ดำเนินธุรกิจจัดหาและจำหน่ายน้ำมันดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันเบนซิน และน้ำมันหล่อลื่น สำหรับเรือเดินทะเลทุกประเภท ทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งกลุ่มลูกค้าทางบก เช่น โรงงานอุตสาหกรรม กลุ่มธุรกิจรถขนส่ง ธุรกิจให้บริการรถโดยสาร เป็นต้น นอกจากนี้ยังให้บริการจัดหาอาหาร วัตถุดิบ และให้บริการอื่นๆ แก่ที่พักอาศัยในทะเล เรือเดินทะเล และแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซในทะเล (Supply Management) SEAOIL มีทุนชำระแล้ว 180 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 110 ล้านหุ้นและหุ้นสามัญเพิ่มทุน 70 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนทั้งจำนวนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) 62.3 ล้านหุ้น และกรรมการผู้บริหารของบริษัทและบริษัทในกลุ่มของบริษัท นทลิน จำกัด (บริษัทแม่) 7.7 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 26-29 สิงหาคม 2556 ในราคาหุ้นละ 3.45 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุนรวม 241.50 ล้านบาท โดยมีบริษัท เซจแคปปิตอล จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

นางสาวนีรชา ปานบุญห้อม กรรมการผู้จัดการ SEAOIL เปิดเผยว่า รู้สึกยินดีที่ได้นำหุ้นสามัญของบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ซึ่งจะเสริมสร้างภาพลักษณ์ และเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับบริษัท พร้อมรองรับการขยายธุรกิจต่อไปในอนาคต ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะขยายขอบเขตการให้บริการที่ครอบคลุมน่านน้ำในและนอกประเทศใกล้เคียง        

หลัง IPO ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ SEAOIL 3 รายแรกได้แก่ บริษัท นทลิน จำกัด ถือหุ้น 47.22% กลุ่มปานบุญห้อม ถือหุ้น 12.11% นายอภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร ถือหุ้น 2.78% การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ใช้วิธีการเปรียบเทียบราคาตลาดที่อ้างอิงได้ (market comparable) จากบริษัทจดทะเบียนในอุตสาหกรรมเดียวกัน ทั้งนี้ ณ ราคา IPO SEAOIL มีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ 7.93 เท่า โดยคำนวณจากกำไรสุทธิของบริษัท 4 ไตรมาสที่ผ่านมา (ไตรมาส 3 ปี 2555 – ไตรมาส 2 ปี 2556) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.44 บาทต่อหุ้น บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และหักเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภท ตามที่กฎหมายและข้อบังคับของบริษัทกำหนด

ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย

Incoming search terms:

พายุสงบ – เปิดทาง CSS เหนือจอง

**ชู ดิสเคาท์เกือบ 50% – ผู้ถือหุ้นเดิมติดไซเรนท์ พีเรียด

ฟ้าเปิดรับ CSS ลั่นระฆังเข้าเทรด หลังสภานการณ์สหรัฐจ้องโจมตีซีเรียสงบลงชั่วคราว รอการอนุมัติจากสภาครองเกรส 9 ก.ย.นี้ ด้านผู้บริหารมั่นใจเทรดวันแรกฉลุย ชูพื้นฐานแน่นปึ้ก แถมมีดิสเคาท์ 49.8% งัดไม้เด็ดผู้ถือหุ้นเดิมยอมติดไซเรนท์ พีเรียดเพิ่ม ไม่นำหุ้นเดิมออกมาขาย 3 เดือน หวังสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน พร้อมมั่นใจกำไรทั้งปีโตกว่าปีก่อนที่ทำได้ 158 ล้านบาท ชี้ Q2/56 กำไรลดลงเพราะเป็นโลว์ซีซั่น เผยเตรียมประมูลงานไฟฟ้าอีก 2 งาน วันที่ 15 ก.ย. นี้ คาดได้งาน 300-350 ล้านบาท ดัน backlog ทะลุ 1,400 ล้านบาท งานนี้วัดฝีมือ “ฟินันเซีย ไซรัส” กู้วิกฤตศรัทธาหุ้น IPO กลับคืนมาได้หรือไม่ ด้าน ซีไอเอ็มบี เคาะราคาเป้าหมายปีนี้ของ CSS ที่ 4.20 บาท ส่วน FSS ให้ 4.75 บาท

บมจ. คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น(CSS) หุ้นไอพีโอตัวแรกของเดือนกันยายน และนับเป็นหุ้นน้องใหม่ตัวที่ 17 ของปีนี้ (รวมทั้ง SET-mai) พร้อมลงสนามเทรดวันแรก (3 ก.ย. 56) ซึ่งต้องถือว่าเป็นการวัดใจทั้งผู้บริหารบริษัทฯ และแกนนำอันเดอร์ไรท์มือทองอย่าง บล.ฟินันเซีย ไซรัส ว่าจะสามารถกู้วิกฤตศรัทธาหุ้นไอพีโอ กลับคืนมาได้หรือไม่ หลังจากที่หลายต่อหลายตัวที่เข้าเทรดไปก่อนหน้านี้ ได้สร้างความผิดหวังในด้านผลตอบแทนจากการเข้าซื้อขายวันแรกให้กับนักลงทุน อีกทั้งการเข้าเทรดครั้งนี้ ยังต้องวัดใจในเรื่องของภาวะตลาดหุ้นอีกด้วย เพราะในช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนหน้า ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวร่วงลงแรงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงขายอย่างหนักของนักลงทุนต่างชาติ จนกระทั่งดัชนีฯ ลงไปแตะระดับต่ำสุดของปีที่ 1,260 จุด จากความกังวลสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกา ที่จ้องโจมตีซีเรีย ที่เข้ามาแทรกความกังวลเรื่องการถอนมาตรการ QE และการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย

แต่ก็ต้องถือว่าเป็นสัญญาณดีของ CSS เพราะในสัปดาห์ที่หุ้นจะเข้าเทรด ดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทย กลับพลิกฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากมีรายงานข่าวว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐ ระบุว่า เขาได้ตัดสินใจแล้วว่าจะใช้กำลังทางทหารโจมตีซีเรียตามข้อกล่าวหาที่ว่า รัฐบาลซีเรียได้ใช้อาวุธเคมีเข่นฆ่าประชาชน แต่จะต้องได้รับอนุมัติจากรัฐสภาก่อนเริ่มปฏิบัติการ ซึ่งมีกำหนดจะออกเสียงในเรื่องดังกล่าวภายหลังช่วงวันหยุดผักผ่อนในช่วงฤดู ร้อนในวันที่ 8 ก.ย.นี้ โดยผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติจากทั้งพรรคเดโมแครทและและรีพับลิกันได้หารือใน ประเด็นเกี่ยวกับซีเรียร่วมกับนายโอบามาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และนายจอห์น โบห์เนอร์ ประธานรัฐสภามีแผนจะเปิดประชุมเพื่ออภิปรายในรัฐสภาเกี่ยวกับดังกล่าวในวัน ที่ 9 ก.ย.นี้ ทำให้หุ้นไทยในวันจันทร์ที่ 2 ก.ย. ปรับตัวขึ้น 29.40  จุด มาปิดที่  1,323.70 จุด

**ชูพื้นฐานปึ้ก แถมผถห.เดิมยอมติดไซเรนต์ พีเรียดเพิ่ม

นายสมพงษ์ กังสวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น(CSS) เปิดเผยว่า มีความเชื่อมั่นว่าเมื่อหุ้น CSS ที่จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันพรุ่งนี้ ( 3 กันยายน 2556 ) จะได้รับการตอบรับที่ดีและน่าจะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนที่จองซื้อ หุ้นได้ เนื่องจากที่ผ่านมากระแสตอบรับในช่วงเปิดขายหุ้นไอพีโอระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคม 2556 นักลงทุนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะมองเห็นแนวโน้มในอนาคตธุรกิจของ CSS จะขยายตัวได้อีกมากจากปริมาณความต้องการของลูกค้ายังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตามการขยายตัวทั้งภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างและธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และ ธุรกิจโทรคมนาคมภายในประเทศ ซึ่งเมื่อบริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนมากขึ้นทำให้ธุรกิจสามารถขยายตัวต่อไปได้ มากขึ้นตามไปด้วย สำหรับผลประกอบการในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ CSS มีกำไรสุทธิถึง 59.83 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการขายและบริการติดตั้งอยู่ที่ 1,561.24 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะยังเดินหน้าขยายธุรกิจ เพื่อผลักดันให้ผลประกอบการปี 2556เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยรายได้รวมของบริษัทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 37.30% ต่อปี         

“ขอให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นใน CSS ว่าคณะผู้บริหารและพนักงานทุกคนมีความตั้งใจและมุ่งมั่นในการบริหารงานให้ธุรกิจของ CSS เติบโตไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและหลังจากที่ได้เงินจากการระดมทุนเข้ามา จะทำให้ CSS มีศักยภาพและความแข็งแกร่ง ทั้งในแง่ของการดำเนินธุรกิจและฐานะทางการเงิน ซึ่งก็คงจะสะท้อนไปในราคาหุ้น และเมื่อหุ้นเข้าซื้อขาย ผมมั่นใจว่า CSS จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับนักลงทุนได้” นายสมพงษ์กล่าวในที่สุด          

นายสมพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า“นอกเหนือจากพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทแล้ว เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนอีกทางหนึ่งกลุ่มผู้ถือหุ้น เดิมจึงยินดีที่จะไม่นำหุ้นในส่วนที่ไม่ติด Silent Period มาขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นระยะเวลา 3 เดือน ดังนั้น นักลงทุนจึงมั่นใจได้ว่ากลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมจะไม่นำหุ้นของบริษัทออกขายใน ตลาดหลักทรัพย์ในวันแรกที่หุ้นเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อย่างแน่นอน”

**มั่นใจกำไรปีนี้ดีกว่าปีก่อน แม้ไตรมาส 2 กำไรทรุด
นายสมพงษ์ ยังเชื่อมั่นว่าในปีนี้จะสามารถทำกำไรสุทธิได้สูงกว่าปี 2555 ที่มีกำไรสุทธิ 158 ล้านบาท แม้ว่าในช่วงไตรมาส 2/56 กำไรสุทธิของบริษัทฯจะลดลงเหลือ 15.60 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 40.68 ล้านบาท แต่หากพิจารณาผลการดำเนินงานงวดครึ่งปี บริษัทมีกำไรสุทธิ 59.82 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 61.15 ล้านบาท        

ทั้งนี้ ตามปกติแล้วช่วงไตรมาสที่ 2 จะเป็นโลว์ซีซั่นของธุรกิจ ในขณะที่จะมีการรับรู้รายได้มากที่สุดในช่วงไตรมาสที่ 4          

ขณะที่ปัจจุบันบริษัทฯมีมูลค่างานในมือ (Backlog) ประมาณ 1,100 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนของการเทรดดิ้งประมาณ 600 ล้านบาท งานโทรคมนาคม 300 ล้านบาท และอยู่ระหว่างรอการลงนามในสัญญาให้บริการติดตั้งระบบงานโทรคมนาคมเครือข่าย 3G จาก ผู้รับเหมาหลัก 2 รายอีก 200 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ไปจนถึงปี 2557

นอกจากนี้ปัจจุบัน CSS อยู่ระหว่างการเตรียมประมูลงานด้านไฟฟ้าอีก 2 งาน ในวันที่ 15 ก.ย. 2556 นี้ มูลค่ารวมประมาณ 700 ล้านบาท โดยบริษัทคาดว่าจะได้งาน 300-350 ล้านบาท ซึ่งหากได้งานดังกล่าว จะทำให้มูลค่า Backlog เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1,400 ล้านบาท

**แกนนำอันเดอร์ไรท์ชี้ ดิสเคาท์เกือบ 50%

ด้านนายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด(มหาชน) ในฐานะแกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ของ บมจ. คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น หรือ CSS คาดว่าเมื่อเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ 3 ก.ย.นี้ จะประสบความสำเร็จและให้ผลตอบแทนที่ดีกับนักลงทุนอย่างแน่นอน เนื่องจากมีการกำหนดราคาไอพีโอที่เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ของตลาดหลักทรัพย์ในปัจจุบัน โดยให้ส่วนลดกับนักลงทุนถึง 49.80% เมื่อเปรียบเทียบกับค่า P/E เฉลี่ยของหมวดพาณิชย์และบริษัทจดทะเบียนที่ประกอบธุรกิจที่ใกล้เคียงกับการประกอบธุรกิจของบริษัทในช่วงระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งอยู่ที่ 26.65 เท่า นอกจากนี้ CSS เป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งเป็นผู้นำในธุรกิจจัดจำหน่ายสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมทั้งเป็นผู้นำในธุรกิจการให้บริการติดตั้งระบบโทรคมนาคมเครือข่าย 3G ซึ่งจะเป็นธุรกิจมีอนาคตที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปี ตามแผนการลงทุนขยายเครือข่าย 3G ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่จะต้องลงทุนเพิ่มสูงถึงประมาณ 125,000 ล้านบาท ดังนั้น จึงเชื่อมั่นว่าด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ผนวกกับศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่องการกำหนดราคาไอพีโอที่เหมาะสมโดยให้ส่วนลดกับนักลงทุนเกือบ 50% และการที่ผู้ถือหุ้นเดิมยินดีไม่นำหุ้นส่วนที่ไม่ติด Silent Period มาขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นระยะเวลา 3 เดือน จะทำให้หุ้น CSS จะได้รับความเชื่อมั่นและสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง และสามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับนักลงทุนทั้งกับผู้ที่จองซื้อหุ้น IPO และผู้ที่เข้ามาลงทุนหลังจากที่หุ้นเข้าซื้อขายไปแล้ว          

นางสาวปิ่นมณี เมฆมัณฑนา กรรมการผู้จัดการบริษัท ทริปเปิ้ล เอ พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บมจ. คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น (CSS) กล่าวถึงหุ้น CSS ว่ามีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งมาก ด้วยธุรกิจที่ก่อตั้งมาอย่างยาวนานผนวกเข้ากับการบริหารจัดการธุรกิจอย่าง มืออาชีพจนเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าอีกทั้งผลการเปิดให้จองซื้อหุ้นในช่วงที่ ผ่านมาพบว่าได้รับการตอบรับดีมาก ดังนั้นจึงทำให้มั่นใจว่าเมื่อหุ้น CSS เข้าซื้อขายวันแรกจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนและให้ผลตอบแทนที่น่าประทับใจ ให้กับผู้ลงทุน

**โบรกฯ เคาะเป้าหมาย 4.20-4.75 บาท

บทวิเคราะห์ บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ประเมินราคาเหมาะสม CSS ที่ 4.20 บาท โดย อิง ระดับ PE ปีนี้ ที่ 16 เท่า โดยระบุว่า CSS เป็นบริษัทที่โดดเด่นมากในแง่ความแข็งแกร่งของธุรกิจจากการเป็นผู้นำในตลาดมีประสบการณ์มายาวนาน และการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศไทย ทำให้คาดว่าธุรกิจตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์สายไฟฟ้า และระบบแสงสว่าง รวมถึงวัสดุกันไฟลามยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้คาดว่าธุรกิจงานรับเหมาระบบโทรคมนาคมจะยังได้ประโยชน์จากการขยายโครงข่าย 3G ทั้งจากในประเทศและในพม่า ซึ่งจะช่วยหนุนให้ผลการดำเนินงานมีการเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว ในขณะที่คาดว่าในปีนี้และปีหน้า จะจ่ายเงินปันผลได้ในระดับ 0.13 บาทต่อหุ้น และ 0.19 บาทต่อหุ้น ตามลำดับ

ขณะที่บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า กำไรในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาของ CSS เติบโตสูง จาก 28 ล้านบาท ในปี 2010 เป็น 158 ล้านบาทในปี 2012 และคาดว่ากำไรสุทธิปี 2013 จะยังคงเติบโตดีต่อเนื่อง 23.5% Y-Y โดยคาดรายได้จากการดำเนินงานโต 18.5% Y-Y มาอยู่ที่ 3.89 พันล้านบาท จากการเติบโตของรายได้จากการขาย (รวมการขายประเภทโครงการ) รายได้จากบริการติดตั้งเสาโทรคมนาคม รวมทั้งอัตราภาษีจ่ายลดลงอีก 3%

ทั้งนี้ ฐานะการเงินของบริษัทจะดีขึ้น หลังขายหุ้น IPO คาด Net D/E ลดลงจาก 3.7 เท่า ณ สิ้นปี 2012 เป็น 1.1 เท่า ณ สิ้นปี 2013 จากฐานเงินทุนเพิ่มขึ้นและการชำระคืนหนี้บางส่วน ส่วนปี 2014 คาดกำไรโตอีก 29.6% Y-Y เป็น 253 ล้านบาท จากคาดรายได้รวมโต 10.5% Gross margin เพิ่มขึ้นจากสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของรายได้งานติดตั้งที่มีมาร์จิ้นสูงกว่ารายได้จากการขาย          

ประเมินราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 2013 ที่ 4.75 บาท โดยวิธี PE Multiple โดยอิง EPS (Fully-diluted) ปี 2013 ที่ 0.28 บาท/หุ้น และ PE ที่ 17 เท่า (ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักกลุ่ม Commerce กับหุ้น CTW และกลุ่มผู้ประกอบการวางระบบโทรคมนาคมในตลาดฯ) โดยระดับดังกล่าว คิดเป็น PEG ที่ 0.64 เท่า เมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไรสุทธิคาดที่ 26.5% CAGR ใน 2 ปีข้างหน้า

**ชำแหละ CSS
สำหรับ บมจ. คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น (CSS) ประกอบธุรกิจหลัก 2 ประเภท ได้แก่ 1) การเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้าประเภทสายไฟฟ้าและอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบงานไฟฟ้า และ 2) การให้บริการออกแบบและติดตั้ง ระบบโทรคมนาคมและระบบป้องกันไฟลาม รวมทั้งให้บริการงานด้านบำรุงรักษาระบบโทรคมนาคม และการประสานงานด้านอื่นๆมีทุนชำระแล้ว 350 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 500 ล้านหุ้นและหุ้นสามัญเพิ่มทุน 200 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนทั้งจำนวนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) 190 ล้านหุ้น และกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย 10 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 26-28 สิงหาคม 2556 ในราคาหุ้นละ 3 บาท โดยมีบริษัท ทริปเปิ้ล เอ พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย          

ผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ กลุ่มครอบครัวกังสวิวัฒน์ ถือหุ้น 33.02% กลุ่มครอบครัวเมฆมณี ถือหุ้น 8.81% และกลุ่มครอบครัวอิทธิแสง ถือหุ้น 6.21% การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ 13.38 เท่า โดยคำนวณจากกำไรสุทธิของบริษัท 4 ไตรมาสที่ผ่านมา (1 กรกฎาคม 2555 – 30 มิถุนายน 2556) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทหลังจากการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.22 บาท โดยเมื่อเปรียบเทียบค่า P/E เฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหมวดพาณิชย์และผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน (ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม – 15 สิงหาคม 2556) มีค่า P/E เฉลี่ยถ่วงน้ำหนักอยู่ที่ 26.65 เท่า          

ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในแต่ละปีในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคลของงบการเงินเฉพาะบริษัท และหลังหักเงินสำรองตามกฎหมายและเงินสะสมอื่นๆ ตามที่บริษัทกำหนด

ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย

CSS : บริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน)

บทวิเคราะห์  CSS จาก FNSYRUS Click  >>>>>> บทวิเคราะห์ CSS 

CSS : บริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน)

ประเภทธุรกิจ ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์สายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมทั้งให้บริการออกแบบและติดตั้งระบบโทรคมนาคมและระบบป้องกันไฟลาม
ตลาดรอง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
สถานะ Approved Filing
จำนวนหุ้นที่ IPO 200,000,000 หุ้น
กลุ่มอุตสาหกรรม /หมวดธุรกิจ บริการ / พาณิชย์
ระยะเวลาเสนอขายหุ้น
26 – 28 สิงหาคม 2556

ราคา IPO
3.00 บาท

ราคา PAR
0.50 บาท

วันที่เริ่มซื้อขาย
3 กันยายน 2556

ที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท ทริปเปิ้ล เอ พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด
ข้อมูล Filing www.cssthai.com

Incoming search terms:

CSS จ่อคิวเทรด 3 ก.ย.นี้ ย้ำพื้นฐานแกร่ง…อนาคตเติบโต

ในวันที่ 3 ก.ย.56 นี้ หุ้นไอพีโอน้องใหม่ “CSS” หรือบริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์สายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมทั้งให้บริการออกแบบ และติดตั้งระบบโทรคมนาคมและระบบป้องกันไฟลาม มีกำหนดจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

ทั้งนี้ CSS เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 200 ล้านหุ้น แบ่งเป็นเสนอขายให้ประชาชน 190 ล้านหุ้น และเสนอขายให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อยจำนวน 10 ล้านหุ้น มูลค่าตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท ในราคาหุ้นละ 3 บาท โดยมีส่วนลดให้นักลงทุนสูงถึง 49.80% เมื่อเทียบกับอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิ (P/E) เฉลี่ยของหมวดพาณิชย์และบริษัทจดทะเบียน ที่ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกับการประกอบธุรกิจของบริษัทในช่วงระยะเวลา 3 เดือนอยู่ที่ 26.65 เท่า โดยจะเปิดให้จองซื้อหุ้นไอพีโอระหว่างวันที่ 26-28 ส.ค.56 นี้

CSS มีทุนจดทะเบียน 350 ล้านบาท แบ่งเป็น หุ้นสามัญจำนวน 700 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท และมีทุนเรียกชำระแล้ว 250 ล้านบาท ซึ่งการเสนอขายหุ้นไอพีโอให้ประชาชนและกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อยในครั้งนี้ จำนวนรวมทั้งสิ้น 200 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็น 28.57% ของทุนจดทะเบียนของบริษัท

“สมพงษ์ กังสวิวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CSS เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงการบริหารงานและแผนการดำเนินธุรกิจว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทมากขึ้น รวมถึงจะมีเงินทุนเพิ่มขึ้น และมีทรัพยากรทางด้านการเงินเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ต้องพึ่งพาการกู้เงินจากธนาคารอย่างเดียว ซึ่งจะเป็นจุดเด่นในการขยับขยายแผนการลงทุนในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

โดยเงินที่จะได้จากการระดมทุนครั้งนี้ จะนำไปใช้สร้างคลังสินค้าและอาคารสำนักงานใหม่ประมาณ 80 ล้านบาท ส่วนที่เหลือก็จะเป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อเพิ่มศักยภาพของบริษัทให้มีความแข็งแกร่งและมีอัตราการเติบโตที่ดีใน อนาคต อย่างการเตรียมความพร้อมรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

“คลังสินค้าจะสร้างหลังจากระดมเงินทุนจากการเข้าตลาดฯ เพื่อเป็นจุดเด่นสำหรับเทรดดิ้ง (จำหน่ายผลิตภัณฑ์สายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า) ของบริษัท น่าจะมีการก่อสร้างในช่วงเดือนพ.ย. 56 หลังจากหมดฤดูฝนในช่วงเดือนต.ค. 56 ซึ่งตามกำหนดน่าจะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2557 ประมาณเดือนพ.ค.-มิ.ย. 57 และการสร้างคลังสินค้าใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากซื้อที่ดินไว้แล้ว อยู่ที่ศรีสมาน จ.นนทบุรี”

ทั้งนี้ ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้และกำไรเติบโต 15% จากปีก่อน โดยทิศทางในไตรมาส 3/56 ธุรกิจเทรดดิ้งน่าจะมีการแข่งขันที่ดุเดือด จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่แน่นอน แต่ในแง่ของงานโทรคมนาคมยังมีงานต่อเนื่อง สำหรับมูลค่างานในมือ (แบ็กล็อก) แบ่งเป็นงานโทรคมนาคมประมาณ 600 ล้านบาท รับรู้รายรายได้ภายในระยะ 9 เดือน และงานเทรดดิ้งประมาณ 600 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ประมาณ 200 ล้านบาทต่อเดือน และในระยะ 2-3 ปี บริษัทยังตั้งเป้าการเติบโตโดยเฉลี่ยไว้ 15% ต่อปี

โดยบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากงานเทรดดิ้งประมาณ 80% และงานโทรคมนาคมประมาณ 20% ส่วนกำไรมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้น (กรอสมาร์จิ้น) ของงานโทรคมนาคมมากกว่างานเทรดดิ้ง ซึ่งกรอสมาร์จิ้นของงานโทรคมนาคมประมาณ 30% แต่มีค่าใช้จ่ายแฝงในส่วนของค่าใช้จ่ายขายและค่าบริหาร (ค่าใช้จ่ายทีมงาน และออกแบบ) ส่วนกรอสมาร์จิ้นของงานเทรดดิ้งประมาณ 10% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่างกันมาก ทำให้สัดส่วนกำไรอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน

“งานของบริษัทส่วนใหญ่จะเป็นงานเอกชน แต่ก็มีงานภาครัฐ หรืองานราชการ ประมาณ2% ทำให้ยังมีโอกาสเยอะ คิดว่าพอเข้าตลาดฯแล้วสัดส่วนงานน่าจะมากขึ้น แต่ต้องระมัดระวังในเรื่องความโปร่งใส ส่วนการเติบโตของงานโทรคมนาคม 3 ปีที่ผ่านมา มีการเติบโตปีละ 121% และงานเทรดดิ้งโตปีละ 29% จะเห็นได้ว่ามีการเติบโตจากทั้ง 2 ส่วน”

สำหรับสถานการณ์งานโทรคมนาคม การแข่งขันไม่ค่อยสูง โดยคาดว่าการลงทุนใน 3 ปีนี้ของ 3 เครือข่าย AIS (เอไอเอส), DTAC (ดีแทค) และ TRUE MOVE (ทรูมูฟ) แค่เครือข่าย 3G ประมาณ 125,000 ล้านบาท อ้างอิงข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย โดยไม่รวมทีวีดิจิตอล

ทั้งนี้ การลงทุนในปีหน้า (2557) น่าจะมากกว่าปีนี้ โดยดีแทคจะขยายเครือข่ายมากขึ้น เนื่องจากดีแทคเหลือสัญญาสัมปทานอีกกว่า 7 ปี จึงไม่รีบขยาย ซึ่งไม่เหมือนทรูมูฟ ที่เดิมจะหมดสัญญาสัมปทานวันที่ 15 ก.ย.นี้ แต่ได้ขอต่อพิเศษอีก 1 ปี ส่วนเอไอเอสมีสัญญาสัมปทานอีก 2 ปี ดังนั้นการสื่อสารจึงยังเติบได้อีกมาก น่าจะเติบโตตามผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ที่จะโตประมาณ 4% อย่างน้อยตามอุตสาหกรรมในประเทศก็น่าจะโต 4% ตาม GDP

ส่วนงานเทรดดิ้ง ตลาดรวมมีมูลค่ามหาศาล โดยกำลังการผลิตของโรงงานสายไฟหลัก 5 โรงงาน ประมาณ 30,000 ล้านบาท ซึ่งการที่บริษัทมีการขายกว่า 2,000 ล้านบาท ถือว่าไม่มาก เพราะตลาดใหญ่จึงยังมีช่องว่าง แม้ว่าการแข่งขันจะมีสูง
การเปิด AEC ทางบริษัทมองว่า ประเทศไทยตั้งอยู่ในทำเลดี จัดว่ามีเสน่ห์มาก เหมาะที่จะมีการส่งสินค้าไปประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งประเทศไทยมีการผลิตสินค้าที่เป็นที่น่าพอใจสำหรับประเทศใน AEC ดังนั้นจึงถือว่าเป็นโอกาสอย่างมาก อย่าง โครงการทวาย หากเกิดขึ้นจริงก็น่าจะมีการสั่งของจากในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดยขนส่งผ่านทาง จ.กาญจนบุรี

“ประเทศไทยตั้งอยู่ภูมิทำเลดีมาก เราสามารถส่งของไปประเทศลาว เวียดนาม พม่า ด้วยพื้นที่พรมแดนที่ติดกัน ดังนั้นมีโอกาสสูงที่จะส่งออกไปต่างประเทศ ประกอบกับภาษีที่จะเหลือศูนย์เปอร์เซ็นต์ ก็จะส่งผลให้เราได้เปรียบเยอะเมื่อเทียบกับสินค้าคู่แข่งอย่างจีน โดยธุรกิจโทรคมนาคมมีการสั่งของทั้งหมดไปจากไทย โอกาสได้งานจึงสูง แต่ปัญหาคือการบริหารการจัดการเรื่องเงิน กับทีมงานที่จะไปติดตั้งให้ทันตามกำหนด เนื่องจากงานโทรคมนาคมจะซีเรียสเรื่องของเวลาการส่งมอบเร็ว ช่วงนี้อยู่ในช่วงของการหาคนเตรียมที่จะไป และรอระดมทุนจากในตลาดฯ”

ด้านการขยายธุรกิจไปในประเทศพม่า บริษัทคาดว่าจะเริ่มเข้าไปทำธุรกิจเทรดดิ้ง และงานรับติดตั้งเสาโครงข่ายโทรคมนาคมในปีหน้า ซึ่งเทเลนอร์ได้รับสัมปทานวางโครงข่ายในพม่า โดยวางแผนที่จะลงทุนเน็ตเวิร์ก 60,000 ล้านบาท จึงถือว่าน่าสนใจ อย่างไรก็ตามจะต้องดูเรื่องราคา และการจ่ายเงินก่อน เพราะพม่าจะจ่ายเป็นเงินสด ซึ่งอันตราย และมีความเสี่ยงสูง รวมถึงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน สำหรับสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ ขณะนี้มีแค่ 2% ซึ่งน้อยมาก แม้ว่าจะมีการส่งของไปต่างประเทศเป็นจำนวนมาก แต่จะส่งแค่ชายแดนประเทศไทย ก็ถือว่าเป็นรายได้ในประเทศ ส่วนปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มขึ้น

“สมพงษ์” กล่าวทิ้งท้ายว่า…ขอให้มั่นใจในศักยภาพของ CSS ที่จะทำให้ธุรกิจมีการเติบโตในอนาคต และหวังว่าจะมามีส่วนร่วมในการก้าวไปด้วยกัน รวมถึง AEC ที่จะทำให้มีศักยภาพในการเติบโตสำหรับประเทศไทยและบริษัทด้วย ประกอบกับบริษัทมีนโยบายการจ่ายปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ โดยจ่ายอย่างน้อย 1 ครึ่งต่อปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) และความจำเป็นในการใช้เงินของบริษัท

วิเคราะห์ธุรกิจของ “CSS” ในมุมมอง SWOT

จุดเด่น (Strengths) : ในส่วนธุรกิจเทรดดิ้ง บริษัทดำเนินงานเทรดดิ้งมาแล้ว 20 ปี จึงเป็นที่รู้จัก ประกอบกับมีบริการที่ดี มีปริมาณการสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก ส่วนธุรกิจโทรคมนาคม เป็นการทำงานที่เสร็จตรงตามเวลา

จุดอ่อน (Weaknesses) : ธุรกิจเทรดดิ้ง เป็นเรื่องการแข่งขันที่มีแรงกดดันเรื่องของราคา ส่วนธุรกิจโทรคมนาคม เป็นปัญหาแรงงาน ขาดบุคลากรซึ่งหายากขึ้น ขณะที่เงินทุนที่ต้องใช้เป็นจำนวนมาก ซึ่งการระดมทุนจะช่วยปิดจุดอ่อนตรงนี้

โอกาส (Opportunities) : ในธุรกิจเทรดดิ้งมีมาก จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท รวมถึงโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท และยังมีโครงการของภาครัฐอีกหลายโครงการ ทั้งการสร้างรัฐสภาใหม่ โครงการสาธารณูปโภคภาครัฐ รวมถึง AEC ที่มีศักยภาพทำให้มีโอกาสในการเติบโต ส่วนธุรกิจโทรคมนาคม เป็นการลงทุนขยายเครือข่าย 3G, 4G, ทีวีดิจิตอล และที่พม่าจะมีเครือข่ายใหม่ๆ เกิดขึ้น

อุปสรรค (Threats) : ธุรกิจเทรดดิ้ง เกี่ยวกับปัจจัยทางการเมือง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เพราะมีความไม่แน่นอนสูง ส่วนธุรกิจโทรคมนาคมจะมีอุปสรรคด้านแรงงานที่หายากมาก แม้จะมีแรงงานจากพม่าเข้ามาไทยจำนวนมากก็ตาม แต่ยังไม่ได้คุณภาพ

ที่มา ข่าวหุ้น

CSS เคาะราคาไอพีโอ 3 บาท เปิดขาย 26-28 ส.ค. นี้ ดีเดย์เข้าเทรด 3 ก.ย. 56 – มั่นใจกระแสตอบรับดีเยี่ยม

บมจ. คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น หรือ CSS เคาะขายไอพีโอหุ้นละ 3 บาท เตรียมเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 26-28 ส.ค. กำหนดฤกษ์ตกฟากในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 3 ก.ย. นี้ แต่งตั้ง บล. ฟินันเซีย ไซรัส เป็นแกนนำจัดจำหน่ายหุ้น พร้อม 7 โบรกเกอร์ชั้นนำ บล. คันทรี่ กรุ๊ป, บล. เคจีไอ (ประเทศไทย), บล. ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย), บล. ไทยพาณิชย์, บล. โนมูระ พัฒนสิน, บล. เอเซีย พลัส และ บล. อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) ร่วมจัดจำหน่าย “สมภพ กีระสุนทรพงษ์” มั่นใจกระแสตอบรับจากนักลงทุนดีเยี่ยม จากปัจจัยพื้นฐานของบริษัท และแนวโน้มอุตสาหกรรมขยายตัวต่อเนื่อง ด้าน “สมพงษ์ กังสวิวัฒน์” เผยนำเงินทุนไปใช้ในการก่อสร้างคลังสินค้าและอาคารสำนักงานแห่งใหม่ที่เหลือ ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะแกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CSS เปิดเผยว่าบริษัทได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็น ครั้งแรก (IPO) จำนวน 200 ล้านหุ้น แบ่งเป็นการเสนอขายให้แก่ประชาชนจำนวน 190 ล้านหุ้น และเสนอขายให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อยจำนวน 10 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท ในราคาหุ้นละ 3 บาท ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัท โดยมีส่วนลดให้กับนักลงทุนสูงถึง 49.80% เมื่อเปรียบเทียบกับค่า P/E เฉลี่ยของหมวดพาณิชย์และบริษัทจดทะเบียนที่ประกอบธุรกิจที่ใกล้เคียง กับการประกอบธุรกิจของบริษัท ในช่วงระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งอยู่ที่ 26.65 เท่า โดยจะเปิดให้จองซื้อหุ้นระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคมนี้ และคาดว่าสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 3 กันยายนนี้ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า “CSS”

พร้อมกันนี้ ยังมีผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 7 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

“ที่ผ่านมาเราได้เดินทางไปโรดโชว์ 4 จังหวัด ประกอบด้วย หาดใหญ่ ขอนแก่น กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ซึ่งนักลงทุนให้การตอบรับที่ดีมาก เนื่องจากธุรกิจของ CSS มีความแข็งแกร่งและศักยภาพการเติบที่โดดเด่นอย่างมาก สำหรับการกำหนดราคาขายหุ้นไอพีโอของ CSS ในครั้งนี้ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและ ศักยภาพในการเติบโตจากธุรกิจการให้บริการติดตั้งระบบโทรคมนาคมที่ยังคงเติบ โตอย่างต่อเนื่องจากการขยายโครงข่ายบริการ 3G ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า โดยมีส่วนลดให้กับนักลงทุนถึง 49.80% ดังนั้น ผมจึงเชื่อมั่นว่าหุ้น CSS จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างเป็นอย่างมาก และจะสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับนักลงทุนด้วย” นายสมภพ กล่าวในที่สุด

นายสมพงษ์ กังสวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น(CSS) เปิดเผยว่า บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปใช้ลงทุนในการก่อสร้างคลัง สินค้าและอาคารสำนักงานแห่งใหม่และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อเพิ่มศักยภาพของบริษัทให้มีความแข็งแกร่งและมีอัตราการเติบโตที่ดีใน อนาคต เนื่องจากปริมาณความต้องการของลูกค้ายังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องตามการขยาย ตัวทั้งภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างและธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจโทรคมนาคมภายในประเทศ ดังนั้น มั่นใจว่าในอนาคต CSS จะสามารถขยายตัวต่อไปได้อีกมากจากเงินทุนหมุนเวียนที่มีมากขึ้น ซึ่งจะทำให้บริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก และได้รับการยอมรับในฐานะที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ นายสมพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “นอกเหนือจากพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทแล้ว เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนอีกทางหนึ่ง กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมจึงยินดีที่จะไม่นำหุ้นในส่วนที่ไม่ติด Silent Period มาขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นระยะเวลา 3 เดือน ดังนั้น นักลงทุนจึงมั่นใจได้ว่ากลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมจะไม่นำหุ้นของบริษัทออกขายใน ตลาดหลักทรัพย์ในวันแรกที่หุ้นเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อย่างแน่นอน”

ด้าน นางสาวปิ่นมณี เมฆมัณฑนา กรรมการผู้จัดการบริษัท ทริปเปิ้ล เอ พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บมจ. คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น (CSS) กล่าวถึงการกำหนดราคาขายหุ้นไอพีโอที่ระดับ 3 บาทต่อหุ้น ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมีความน่าสนใจ อย่างมาก เนื่องจาก CSS มีจุดแข็งตรงที่มีความโดดเด่นในอุตสาหกรรม ประกอบกับมีปัจจัย พื้นฐานแข็งแกร่ง และมีผลประกอบการเติบโตอยู่ในทิศทางที่ดีมาโดยตลอดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท มากว่า 20 ปี จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานของบริษัท สามารถฝ่าฟันวิกฤติต่างๆ จนกระทั่งยืนหยัดได้อย่างแข็ง แกร่งเช่นทุกวันนี้ จึงทำให้มั่นใจว่าหุ้นไอพีโอของ CSS จะได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากนักลงทุน

ปัจจุบัน บมจ. คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น (CSS) มีทุนจดทะเบียน 350 ล้านบาท แบ่งเป็น หุ้นสามัญจำนวน 700 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท และมีทุนเรียกชำระแล้ว 250 ล้านบาท จะเสนอขายหุ้นสามัญของบริษัทต่อประชาชนและกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อยในครั้งนี้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 200 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 28.57 ของทุนจดทะเบียนของบริษัท

ที่มา Thai PR

CSS หุ้นน้องใหม่จัดทัพโรดโชว์ 4 จังหวัดชูปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง-อนาคตสดใส เรียกความเชื่อมั่นนลท.

บมจ.คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น หรือ CSS ควง บริษัท ทริปเปิ้ล เอ พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และ บล. ฟินันเซีย ไซรัส แกนนำอันเดอร์ไรท์ เริ่มเดินสายโรดโชว์พบนักลงทุน 4 จังหวัด ระหว่างวันที่ 13, 14, 19 และ 20 สิงหาคมนี้ เปิดฉากเรียกความเชื่อมั่นเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 200 ล้านหุ้น ให้กับนักลงทุนหาดใหญ่ ขอนแก่น กรุงเทพฯ และปิดท้ายขบวนที่เชียงใหม่ “สมพงษ์ กังสวิวัฒน์” วางแผนนำเงินจากการระดมทุนก่อสร้างคลังสินค้าและอาคารสำนักงานแห่งใหม่ ต่อยอดธุรกิจในอนาคตเติบโตแข็งแกร่ง มั่นใจด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง อีกทั้งยังเป็นผู้นำด้านการจัดจำหน่ายและการให้บริการติดตั้งสายไฟฟ้าและ อุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบงานไฟฟ้า รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันไฟลามจากผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกผลงานโตต่อเนื่อง ทำให้มั่นใจกระแสตอบรับจากนักลงทุนดีเยี่ยม

นางสาวปิ่นมณี เมฆมัณฑนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริปเปิ้ล เอ พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ใน ฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ CSS เปิดเผยว่า มีแผนที่จะนำ CSS เดินสายนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) เพื่อนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุนอย่างละเอียด และมีความเข้าใจในพื้นฐานธุรกิจมากขึ้น ก่อนการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 200 ล้านหุ้น ภายในไตรมาส3/2556 นี้ โดยจะทำการโรดโชว์ทั้งสิ้น 4 จังหวัด ประกอบด้วย หาดใหญ่เป็นแห่งแรก ซึ่งจะโรดโชว์ในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ และในวันที่ 14 สิงหาคมโรดโชว์ที่จังหวัดขอนแก่น, วันที่ 19 สิงหาคมโรดโชว์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ และปิดท้ายที่จังหวัดเชียงใหม่ในวันที่ 20 สิงหาคมนี้

นายสมพงษ์ กังสวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น(CSS) กล่าวว่า การเดินทางไปโรดโชว์ให้กับนักลงทุนระหว่างวันที่ 13, 14, 19 และ 20 สิงหาคมนี้ บริษัทจะนำเสนอข้อมูลของบริษัทให้กับนักลงทุน เพื่อให้เกิดความเข้าใจในลักษณะการประกอบธุรกิจ โดยมีความมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เพราะนอกจากธุรกิจจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องแล้ว ธุรกิจการเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายและการให้บริการติดตั้ง สายไฟฟ้าและอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ระบบงานไฟฟ้า รวมถึงวัสดุและอุปกรณ์ป้องกันไฟลามจากผู้ผลิตชั้นนำระดับโลก และดำเนินธุรกิจให้บริการติดตั้ง บริการออกแบบ จัดหา และติดตั้งระบบโทรคมนาคมและระบบป้องกันไฟลาม รวมทั้งให้บริการงานด้านบำรุงรักษาระบบโทรคมนาคมยังขยายตัวได้อย่างต่อ เนื่องเช่นกัน ซึ่งการตัดสินใจระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ครั้งนี้ CSS จะนำเงินไปใช้ไปใช้ในการก่อสร้างคลังสินค้าและอาคารสำนักงานแห่งใหม่และใช้ เป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยเรามีเป้าหมายที่จะพัฒนาและขยายธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่องไปในอนาคตได้ อย่างยั่งยืน ที่สำคัญสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้กับผู้ถือหุ้น

“ที่ผ่านมา CSS มีพื้นฐานทางด้านธุรกิจที่แข็งแกร่งมาโดยตลอด ส่งผลทำให้ผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี และมีโอกาสในการขยายธุรกิจในอนาคตได้อีกมาก อีกทั้งผลิตภัณฑ์ที่บริษัทเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายยังได้มาตรฐานระดับสากล เป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่มีชื่อเสียง CSS จึงได้รับการยอมรับในเรื่องของคุณภาพสินค้าและบริการ ซึ่งจากจุดเด่นที่กล่าวมานั้น ทำให้เชื่อว่าเมื่อหุ้น CSS เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทำให้ได้รับความสนใจจากนักลงทุน” นายสมพงษ์กล่าว

ด้านนายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด(มหาชน) ในฐานะแกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ CSS กล่าวว่า การโรดโชว์เพื่อให้ข้อมูลกับนักลงทุนในครั้งนี้ จะทำให้นักลงทุนรู้จักและเข้าใจลักษณะการดำเนินธุรกิจของ CSS มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงแผนการดำเนินงานในอนาคตของ CSS และยังเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนอีกด้วย โดย CSS เป็นบริษัทที่มีความโดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากเป็นหนึ่งในผู้นำในการจัดจำหน่ายสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง กับสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าของผู้ผลิตชั้นนำระดับสากลแบบครบวงจร (One-Stop Service) ประกอบกับศักยภาพในการเติบโตจากธุรกิจการให้บริการติดตั้งระบบโทรคมนาคม โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รายได้จากการให้บริการติดตั้งระบบเสาโทรคมนาคมของบริษัทฯ เติบโตเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 122 ต่อปี และคาดว่ารายได้ดังกล่าวจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการขยายเสาโทรคมนาคม และติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมเพื่อรองรับการขยายโครงข่ายบริการ 3G ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ จากการเติบโตของรายได้ที่มีอย่างต่อเนื่อง จึงน่าจะเป็นจุดเด่นที่ทำให้นักลงทุนสนใจ และได้รับการตอบรับที่ดี

บริษัทมีทุนจดทะเบียน 350 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 700 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาทและมีทุนเรียกชำระแล้ว 250 ล้านบาท หุ้นสามัญจำนวน 500 ล้านหุ้น จะเสนอขายหุ้นสามัญของบริษัทต่อประชาชนทั่วไปและกลุ่มพนักงานในครั้งนี้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 200 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 28.57ของทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ

ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย

CSS เตรียมโรดโชว์ 4 แห่ง 13-20 ส.ค.นี้ ก่อนขาย IPO ปลายส.ค.-ต้นก.ย.

นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท หลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะแกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย บริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CSS เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ได้เริ่มนับ 1 ข้อมูลไฟลิ่งการเสนอขายหุ้น IPO ของ CSS แล้ว ตอนนี้ก็รอให้ ก.ล.ต.พิจารณาไปตามขั้นตอนก่อนที่จะ approve ซึ่งบริษัทฯก็คาดว่าจะเสนอขายหุ้น IPO ได้ในช่วงปลายเดือน ส.ค.-ก.ย.และคาดว่าจะเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หลังเสนอขายราว 1 สัปดาห์

ทั้งนี้ บริษัทฯจะออกโรดโชว์นำเสนอข้อมูล CSS ให้นักลงทุนได้ทราบ โดยจะเริ่มที่หาดใหญ่ก่อนในวันที่ 13 ส.ค.นี้ ถัดไปวันที่ 14 ส.ค.จะทำโรดโชว์ที่ ขอนแก่น และโรดโชว์ที่กรุงเทพฯในวันที่ 16 ส.ค.สุดท้ายโรดโชว์ที่เชียงใหม่ในวันที่ 20 ส.ค.หลังจากโรดโชว์แล้วก็จะมีการหารือเรื่องของราคาที่จะเสนอขายหุ้น IPO ต่อไป

สำหรับสถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ก็มีความเป็นห่วงบ้างเหมือนกัน และคงจะต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะคิดว่าคงต้องนำมาใช้ประกอบการพิจารณาเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้ด้วย

บริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CSS จะเสนอขายหุ้น IPO 200 ล้านหุ้น โดยมีบริษัท ทริปเปิ้ล เอ พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

CSS ดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์สายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ จากผู้ผลิตชั้นนำของโลก รวมทั้งให้บริการออกแบบ และก่อสร้างโครงข่ายสัญญาณโทรคมนาคมทั่วประเทศ โดยมีบริษัทย่อยคือ บริษัท ซี.เอส.เอส. เคเบิ้ล แอนด์ แอคเซสซอรี่ส์ จำกัด ซึ่งบริษัทได้ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ฯประเมินประเมินมูลค่าหุ้น CSS ตามปัจจัยพื้นฐานปี 2013 อิง PE 17 เท่า คำนวณราคาเหมาะสมที่ 4.75 บาท มูลค่าธุรกิจหลักจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายสายไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ไฟฟ้า และธุรกิจให้บริการติดตั้งเสาโทรคมนาคม เป็นสัดส่วนรายได้ราว 78% และ ราว 22% ของรายได้รวม

ทั้งนี้ คาดว่า CSS จะมีผลการดำเนินงานที่เติบโตต่อเนื่องในปี 2013-14 ตามธุรกิจอสังหาฯและก่อสร้าง โดยมีโครงการภาครัฐหนุน ขณะที่ธุรกิจบริการติดตั้งโทรคมนาคมมีแนวโน้มเติบโตสูง จากการได้ประโยชน์จากแผนลงทุนขยายเครือข่าย 3G ของผู้ประกอบการมือถือใน 2-3 ปีข้างหน้า โดยคาดว่ากำไรสุทธิปี 2013 จะโตดีต่อเนื่อง 23.5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และปี 2014 โตอีก 29.6% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

กำไรในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเติบโตสูง จาก 28 ล้านบาท ในปี 2010 เป็น 158 ล้านบาทในปี 2012 และคาดว่ากำไรสุทธิปี 2013 จะยังคงเติบโตดีต่อเนื่อง 23.5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยคาดรายได้จากการดำเนินงานโต 18.5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 3.89 พันล้านบาท จากการเติบโตของรายได้จากการขาย (รวมการขายประเภทโครงการ) รายได้จากบริการติดตั้งเสาโทรคมนาคม รวมทั้งอัตราภาษีจ่ายลดลงอีก 3%

ฐานะการเงินจะดีขึ้นหลังขายหุ้น IPO คาด Net D/E ลดลงจาก 3.7 เท่า ณ สิ้นปี 2012 เป็น 1.1 เท่า ณ สิ้นปี 2013 จากฐานเงินทุนเพิ่มขึ้นและการชำระคืนหนี้บางส่วน ส่วนปี 2014 คาดกำไรโตอีก 29.6% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็น 253 ล้านบาท จากคาดรายได้รวมโต 10.5% Gross margin เพิ่มขึ้นจากสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของรายได้งานติดตั้งที่มีมาร์จิ้นสูงกว่ารายได้จากการขาย

ที่มา ข่าวหุ้น

CSS ตั้ง บล.ฟินันเซียไซรัส เป็นอันเดอร์ไรท์ ยันพร้อมเข้าตลาดหุ้น Q3/56

บมจ.คอม มิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น(CSS)แต่งตั้ง บล.ฟินันเซียไซรัส เป็นแกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ CSS ซึ่งคาดว่าจะได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลัก ทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 20 ล้านหุ้นภายในไตรมาส 3/56 นี้ โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ในการก่อสร้างคลังสินค้าและสำนัก งานแห่งใหม่ เพื่อต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวกับระบบงานไฟฟ้า รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันไฟลาม

นายสมภพ กังสวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CSS กล่าวว่า คาดกำหนดช่วงราคาเสนอขายหุ้น IPO ได้ราววันที่ 25-26 ก.ค.นี้ และจะคาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ในช่วงปลายเดือน ส.ค.ถึงต้น ก.ย.โดยอาจเป็นวันที่ 29 ส.ค.หรือ 4 ก.ย.56 หลังจากบริษัทเดินสายโรดโชว์ 4 จังหวัด ได่แก่ กทม. หาดใหญ่ ขอนแก่น และเชียงใหม่ ช่วงกลางเดือน ส.ค.หลังจากนั้นจะสามารถกำหนดราคาได้และเสนอขายหุ้นภายในไตรมาส 3/56 แน่นอน

บริษัท ตั้งเป้ารายได้รวมในปี 56 ไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท สูงกว่าปี 55 ที่มีรายได้ 3,300 ล้านบาท โดยขณะนี้บริษัทมีงานในมือ(backlog)จากธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์สายไฟและ อุปกรณ์ราว 700 ล้านบาท และงานด้านโทรคมนาคม 700 ล้านบาท ในอนาคตมีแผนเพิ่มสัดส่วนงานโทรคมนาคมมากขึ้นเพื่อรองรับบริการ 3G เนื่องจากมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 30% ขณะที่ธุรกิจจัดจำหน่ายที่เป็นรายได้หลักมีอัตรากำไรราว 10%

นายสมภพ กล่าวว่า การขยายงานด้านโทรคมนาคมต้องใช้เงินจำนวนมากจึงต้องระดมทุนเพื่อขยายงาน นอกจากนั้น บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาการทำธุรกิจจัดจำหน่ายในพม่า คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ไตรมาส 4/56 และมีแผนขยายธุรกิจติดตั้งเสาสัญญาณโทรคมนาคมในพม่าด้วยแต่ต้องศึกษาข้อ กฎหมายและรายละเอียดอื่นๆ ก่อน

อนึ่ง CSS ดำเนินธุรกิจหลัก 2 ประเภท คือ เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายและการให้บริการติดตั้ง สายไฟฟ้าและอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ระบบงานไฟฟ้า รวมถึงวัสดุและอุปกรณ์ป้องกันไฟลามจากผู้ผลิตชั้นนำระดับโลก และดำเนินธุรกิจให้บริการติดตั้ง บริการออกแบบ จัดหา และติดตั้งระบบโทรคมนาคมและระบบป้องกันไฟลาม รวมทั้งให้บริการงานด้านบำรุงรักษาระบบโทรคมนาคม

บริษัทมีทุนจด ทะเบียน 350 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 700 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท และมีทุนเรียกชำระแล้ว 250 ล้านบาท จะเสนอขายหุ้นสามัญของบริษัทต่อประชาชนทั่วไปและกลุ่มพนักงานในครั้งนี้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 200 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 28.57 ของทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ ไปใช้ในการก่อสร้างคลังสินค้าและอาคารสำนักงานแห่งใหม่และใช้เป็นเงินทุน หมุนเวียน

ด้านนายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ในฐานะแกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า การกำหนดราคาขายคงมี discount ให้นักลงทุนตามหลักการเดิมโดยพิจารณาจากพื้นฐานของธุรกิจ การเติบโตของรายได้ กำไร ส่วนปัจจัยความผันผวนของตลาดเป็นแค่ส่วนหนึ่งแต่ไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะตลาดที่ผันผวนช่วงนี้เกิดจาก QE ซึ่งควบคุมไม่ได้

สำหรับตลาด IPO ครึ่งปีหลังมองว่ายังสดใสแม้ภาวะตลาดหุ้นจะผันผวน โดยปีนี้นับว่าเป็นปีที่หุ้น IPO สูงสุดในรอบ 3 ปี ทั้งจำนวนและมูลค่า ไม่นับรวมกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ในแง่ของดีมานด์หรือ invester IPO มีอยู่แล้ว นักลงทุนก็มีเงินมากขึ้น ทั้งนี้ ไม่รวม fund flow ที่เข้าออกตามภาวะหรือถ้อยแถลงเฟด ถึงแม้ตั้งต้นปีนี้หุ้น IPO ที่เข้าตลาดฯ ราคาเปิดเทรดวันแรกจะไม่ได้ปรับขึ้นแรงเป็น 100% เหมือนปีก่อน เพราะส่วนใหญ่เป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าระดมทุนหลักพันล้านบาท

ที่มา อินโฟเควสท์